หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2566

มทบ.37 จัดกำลังพล เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เชียงราย ทำการสร้างฝายชะลอน้ำแบบคอกหมูบริเวณลำห้วยขุนน้ำคำ  ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จว.ช.ร.

เมื่อ 19 ส.ค. 66 เวลา 0900 ร.ต. ไพบูลย์   สายหงษ์หน.ชุดประสานงานและคุ้มครองป้องกันชุมชน สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง บ้านธารทอง พร้อมด้วยกำลังพลร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เชียงราย ทำการสร้างฝายชะลอน้ำแบบคอกหมูบริเวณลำห้วยขุนน้ำคำ  ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จว.ช.ร. เพื่อชลอน้ำทำให้พื้นที่ป่าเกิดความชุ่มน้ำลดปัญหาการเกิดไฟป่าในอนาคต ในพื้นที่รับผิดชอบของ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย











วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566

"กลโกง มิจฉาชีพ""สืบนครบาล และ สืบ111"

จับกุมตัว นายอนุศักดิ์หรือบิว เจ้าของบัญชีธนาคารจำนวนมากที่ถูกใช้สำหรับการรับโอนเงินจากผู้เสียหายโดยการหลอกโอนเงินหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้ลงทุน ชักชวนหารายได้เสริม เพจลงทุนปลอม รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนสร้างความเสียหายกว่าสิบล้านบาท ทั้งนี้นายบิวอ้างว่า เปิดบัญชีให้เพื่อนเพื่อใช้เล่นพนันออนไลน์รับโบนัสเพิ่ม ไม่ได้ค่าตอบแทนแต่อย่างใด” ตามนโยบายของ "พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์" ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ ที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยผู้เสียหายได้ร้องเรียนมายังเพจสืบนครบาล IDMB ให้ช่วยจับกุมนาย อนุศักดิ์ มาเพชร ซึ่งเป็นตัวการในการฉ้อโกง

  จากการตรวจสอบประวัติในฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า ปัจจุบัน นายอนุศักดิ์ มาเพชร มีหมายจับที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 7 หมายจับ ได้แก่ 

1) หมายจับที่ 336/2566 ของศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 14 มิ.ย. 2566 

ข้อหา ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกประชาชน,พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

2) หมายจับที่ 271/2566 ของศาลจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 8 พ.ค. 2566

ข้อหา ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

3) หมายจับที่ 375/2566 ของศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 5 เม.ย. 2566

ข้อหา ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน,ร่วมกันในข้อหาฉ้อโกง

4) หมายจับที่ 124/2566 ของศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 20 มี.ค. 2566

ข้อหา ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

5) หมายจับที่ 304/2565 ของศาลจังหวัดนครสวรรค์ ลงวันที่ 1 พ.ย. 2565

ข้อหา ตัวการในข้อหาฉ้อโกง,ตัวการในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

6) หมายจับที่ 430/2565 ของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงวันที่ 7 ต.ค. 2565

ข้อหา ตัวการในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

7) หมายจับที่ 176/2565 ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2565 ข้อหา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฯ”

 "พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์" ผบก.สส.บช.น. จึงกำชับนักเรียนสืบสวนหลักสูตรการคดีอาญา รุ่นที่ 111 ชุดปฏิบัติการที่ 9 ที่เพิ่งเข้ามาฝึกงานภาคปฏิบัติ พร้อมด้วยครูพี่เลี้ยง กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว เนื่องจากสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง  ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2566 เวลาประมาณ 15.00 น.  "พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง" ผบช.น., "พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์" รอง ผบช.น. , "พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์" ผบก.สส.บช.น. "พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง" รอง ผบก.สส.บช.น.,  " พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล" ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์, พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง พ.ต.ท. พิทักษ์ ศรีกระแจะ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 และ 3 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 111 ชุดปฏิบัติการที่ 9

ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายอนุศักดิ์ มาเพชร อายุ 35 ปี (ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เลขที่ 25/244 ซอยพหลโยธิน 48 แยก 17/1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 375/2566 ลงวันที่ 5 เมษายน 2566 

ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”  โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าที่ห้องพักเลขที่ 25/249 อาคารห้องชุดบ้านสวนบางเขน แขวง อนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พฤติการ์ณคดีการกระทำความผิด ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมในคดี 7 หมายในครั้งนี้ นายอดิศักดิ์หรือนายบิว ได้เคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2565 จำนวน 3 หมายจับ ที่ สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 90,000 บาท, สภ.ลำพูน มูลค่าความเสียหาย 80,000 บาท และ สน.คันนายาว มูลค่าความเสียหาย 1,400,000 บาท ซึ่งนายบิวได้ขอประกันตัวในชั้นศาลในเวลาต่อมา จนต่อมา นายอดิศักดิ์ ได้ถูกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอาญาอีก 7 หมาย โดยมีพฤติการณ์ในคดีที่คล้ายคลึงกับที่ถูกจับกุมเมื่อปี 2565 ซึ่งบัญชีธนาคารของนายอดิศักดิ์ นั้นได้ถูกใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพไม่ว่าจะเป็นคอลเซ็นเตอร์ เพจลงทุนปลอม ชักชวนให้หารายได้เสริม ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนเป็นมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อถูกจับกุม นายอนุศักดิ์ มาเพชร  ผู้ต้องหา ให้การว่าในช่วงต้นปี 65 ได้ทำการเปิดบัญชีในหลายธนาคาร ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกร, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารกรุงศรี, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารซีไอเอ็มบี และธนาคารออมสิน โดยจะเปิดบัญชีในแต่ละธนาคารละ 4 ถึง 5 บัญชี ผ่านระบบลงทะเบียนออนไลน์ เมื่อเปิดแล้วจึงส่งมอบบัญชีให้ นายสมศักดิ์ สาโรจน์ ทั้งหมด โดยไม่ทราบว่านายสมศักดิ์ฯ มีความประสงค์ที่จะเอาไปจำหน่ายหรือนำไปกระทำผิดกฎหมาย จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องนำส่ง พงส. สน.บางชัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน "พล.ต.ต.ธีรเดช" กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกง หรือสินค้าที่มีราคาถูกเกินกว่าราคาและคุณภาพที่ควรจะเป็น เนื่องจากมิจฉาชีพมักใช้ความโลภเห็นแก่ผลกำไรมาเป็นจุดล่อใจให้ประชาชนหลงกล  ควรมีสติวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม กลโกง หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ เสนอขาย หรือชักชวนลงทุนในด้านต่างๆ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ "พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์" ผบ.ตร.


ทีมข่าว อาชญากรรม    ต้อม สิงห์๑ รายงาน ข่าว

วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2566

 

สทนช. เตรียมพร้อมรับมือฝน ปี 66 พื้นที่ลุ่มน้ำน่าน จ.พิจิตร ตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2566

วันนี้ (17 ส.ค.66) นาย ชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่บึงสีไฟ จ.พิจิตร เพื่อติดตามการพัฒนาและเก็บกักน้ำ และติดตามการดำเนินงานตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2566 และ 3 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 เพิ่มเติม เพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญ ซึ่งบึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำสำคัญในผังน้ำลุ่มน้ำน่าน เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ 1 ใน 8 ของพื้นที่ชุ่มน้ำภาคเหนือที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.ท่าหลวง ต.โรงช้าง ต.คลองคะเชนทร์ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.พิจิตร มีพื้นที่ประมาณ 5,390 ไร่ และมีสภาพตื้นเขินบางส่วน โดยปัจจุบันมีการขับเคลื่อนการพัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูบึงสีไฟ ให้เป็นพื้นที่ชะลอและรองรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ ได้ในช่วงฤดูแล้ง พร้อมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติผ่านคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติและแม่น้ำลำคลอง ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ  รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศตั้งแต่ 1 ม.ค. 66 ถึงปัจจุบัน น้อย


กว่าค่าปกติร้อยละ 18 และในพื้นที่ภาคเหนือน้อยกว่าค่าปกติร้อยละ 27 สำหรับสถานการณ์น้ำ ณ ปัจจุบัน
ของ จ.พิจิตร มีแหล่งน้ำขนาดกลาง 1 แห่ง คือ บึงสีไฟ มีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 11.4 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น
ร้อยละ 90.19 ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่า ปี 65 จำนวน 1.23 ล้าน ลบ.ม. จากการตรวจสอบไม่พบพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภค และพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านการเกษตร ทั้งนี้ รองเลขาธิการฯ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 และมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับสถานการณ์เอลนีโญ 3 มาตรการอย่างเคร่งครัด และกำชับทุกหน่วยงานเตรียมแผนการรับมือ
จากสถานการณ์เอลนีโญเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ทันกับสถานการณ์
รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่าจากการลงพื้นที่ บึงสีไฟสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 12.64 ล้านลูกบาศก์เมตร และการบริหารจัดการน้ำของบึงสีไฟ เพื่อรักษาระบบนิเวศและบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ซึ่งมีแผนงานโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำบึงสีไฟเพื่อการเกษตรประมาณ 7,500 ไร่ ส่วนการปรับปรุงภูมิทัศน์บึงสีไฟให้สวยงามนั้น ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรและเทศบาลเมืองพิจิตร “พื้นที่ลุ่มน้ำน่านในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่น้ำท่วม อยู่ในรหัสโซนพื้นที่ทางน้ำหลาก และบางส่วนอยู่ในรหัสโซนพื้นที่น้ำนอง ซึ่ง สทนช. เสนอแนะให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร ป้องกันการพัฒนา ที่อาจก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนทางน้ำหรือกระแสน้ำ หรือกีดขวางการไหลของน้ำ เว้นแต่การใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่กำหนดไว้เป็นเขตชุมชน เขตอุตสาหกรรม และเขตพื้นที่ป้องกันน้ำท่วมตามผังเมืองรวม นอกจากนี้ ผังน้ำ ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยตัดสินใจในการสร้างที่อยู่อาศัย โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม ไม่ให้อยู่ในพื้นที่น้ำหลากหรือ กีดขวางทางระบายน้ำรวมถึงควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินในขอบเขตพื้นที่ตามระบบทางน้ำที่ได้กำหนดแนวเขตไว้ โดยผังน้ำจะกำหนดขอบเขตชัดเจนว่า บริเวณใดเป็นพื้นที่สงวนไว้ให้ทางน้ำโดยเฉพาะ ไม่มีสิ่งกีดขวางตั้งแต่ ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ขณะนี้การจัดทำผังน้ำ ลุ่มน้ำน่าน ได้ดำเนินการปรับปรุงตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้วเสร็จ และจะนำไปรับฟังความคิดเห็นเป็นครั้งสุดท้ายต้นเดือนกันยายน 2566”


























วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566

 คลิกฟังข่าว

จังหวัดพิจิตรแถลงข่าวจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประจำปี 2566

11 สิงหาคม 2566 นาย พยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย พระเมธีธรรมประนาท ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดท่าหลวง พระอารามหลวง เจ้าคณะอำเภอเมืองพิจิตร นาง ฐิตารีย์ อินทร์ตาแสงวัฒนธรรม จังหวัดพิจิตร นาง สาวสุชารัตน์ แสงอรุณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครสวรรค์ และนายอนุสรณ์ คำจริง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดพิจิตร ร่วมแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ กิจกรรมงานประเพณีแข่งขันเรือยาวจังหวัดพิจิตร ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ประจำปี พ.ศ. 2566 โดย กำหนดเริ่มจัดงานวันที่ 25 สิงหาคม - 3 กันยายน 2566 ที่ลำน้ำน่านหน้าวัดท่าหลวง พระอารามหลวงอำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งเป็นสนามแข่งเรือที่ได้มาตรฐานของประเทศไทย มีการแข่งขันทุกปีต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ .2450 โดยถือเอาวันเสาร์และอาทิตย์แรกของเดือนกันยายน เป็นกำหนดการแข่งขัน โดยปีนี้เป็นปีที่ 116 ซึ่งจะมีเรือเข้าแข่งขัน จากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันในประเภทเรือยาวเล็ก ไม่เกิน 30 ฝีพาย เรือยาวกลางไม่เกิน 40 ฝีพาย เรือยาวใหญ่ไม่เกิน 55 ฝีพายและไฮไลท์เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้าร่วมแข่งขัน โดยจะจับฉลากประกบคู่แข่งขันใน วันที่ 25 สิงหาคม 2566 เวลา 14.00 น ที่โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยา

สีสันสำคัญของงานแข่งเรือพิจิตร คือลีการพากย์เรือ เป็นต้นแบบให้หลายจังหวัด สร้างความสนุกสนานเร้าใจผู้ชมตลอดเวลา โดยจังหวัดพิจิตรได้ถ่ายทอดการภาคเรือให้เด็กและเยาวชน สามารถพากย์เรือประกบนักพากย์รุ่นใหญ่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของจังหวัดพิจิตร นอกจากนี้ ความพิเศษที่แตกต่างจากที่อื่น คือการบวงสรวงแม่ย่านางเรือก่อนแข่งขัน เพื่ออัญเชิญขวัญแม่ย่านางให้สิงสถิตเป็นมิ่งขวัญ ให้เรือมีกำลังแรงคว้าชัยชนะ กำหนดจัดพิธีบวงสรวง ในวันที่ 25 สิงหาคม 2566 เวลา 06.30 น เป็นต้นไป ที่วัดท่าหลวงพระอารามหลวง

วันเริ่มแข่งขัน 2 กันยายน 2566 จะมีขบวนเรือพระราชพิธีจำลอง อัญเชิญถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย ขบวนเรือพระที่นั่งจำลอง 3 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และนารายณ์ทรงสุบรรณ เรือรูปสัตว์ 4 ลำ คือ เรือพาลีรั้งทวีป สุครีพครองเมือง ครุฑเหินเห็จและครุฑเตร็จไตรจักร ระหว่างขบวนเรืออยู่กลางลำน้ำน่าน จะมีบทกาพย์เห่เรือบรรยายริ้วขบวนและมนต์เสน่ห์เมืองพิจิตร โดยคณะฝีพายนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ

ตลอดการจัดงานประเพณีแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีการจัดแสดงนิทรรศการ ผลิตภัณฑ์ OTOP มหกรรมคาราวานสินค้า และการแสดงศิลปวัฒนธรรมของเด็กเยาวชนศิลปินท้องถิ่นรวมทั้งคอนเสิร์ตในภาคค่ำการ จัดการแถลงข่าวที่โรงเรียนหลวงพ่อเพชรวิทยาอำเภอเมืองจังหวัดพิจิตร























ธีรพงศ์ นาคแนม (นกพิราบศูนย์ข่าว จังหวัดพิจิตร)ศูนย์ประสานงานข่าว โทร 0831671688 รายงาน** คนรู้จักพัก ทว่าไม่รู้จักพอ ** จิตอาสาพัฒนา เราทำความดีด้วยหัวใจ....ร่วมใจกันพัฒนา

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์  แม่ทัพภาคที่ ๒ มีดำริจัดสร้างวัตถุมงคล  รุ่น “ยุทธบดินทร์–ศตวรรษ”  เพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่...