หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568

เปิดภาพเบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ 120 ชม. บทพิสูจน์ “แม่ทัพภาคที่ 2” ผู้นำการรบเพื่อชัยชนะ อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพ จากสถานการณ์ชายแดนที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และใช้อาวุธโจมตีกำลังพลของไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาที่คนไทยต้องรับรู้เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ120 ชม. การยึดพื้นที่คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ ภาพสะท้อนจากเนิน 350 สู่สมรภูมิประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจดจำตลอดภารกิจของ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้บัญชาการรบอยู่หน้าแนวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 สถานการณ์บริเวณ เนิน 350 พื้นที่ปราสาทตาควาย ทำให้สังคมไทยได้ประจักษ์อีกครั้งว่า “พื้นที่สูง” ไม่ใช่เพียงตำแหน่งบนแผนที่ แต่คือจุดชี้ขาดของความมั่นคง เป็นทั้งสายตา เป็นทั้งเกราะ และเป็นเส้นแบ่งระหว่าง ความปลอดภัยของประชาชนกับความเสี่ยงในแนวหน้าภายใต้การบัญชาการรบของกองทัพภาคที่ 2 การปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวดำเนินไปบนหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการควบคุมสถานการณ์ เพื่อจำกัดความสูญเสีย การตัดสินใจแต่ละขั้น มิได้มุ่งผลลัพธ์เฉพาะหน้า แต่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพและความมั่นคงโดยรวมเพื่อให้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม ไทม์ไลน์ เหตุการณ์ 5 วัน เนิน 350 จากการปะทะสู่การควบคุมสถานการณ์ (16–20 ธันวาคม 2568) 16 ธันวาคม 2568 วันที่ความกล้าหาญถูกพิสูจน์ มีรายงานเหตุปะทะในพื้นที่ เนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย ส่งผลให้กำลังพลไทย เสียชีวิต 2 นาย พื้นที่ดังกล่าวถูกจับตาในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม นี่คือวันที่ความกล้าหาญของทหารแนวหน้าปรากฏชัด และเป็นจุดตั้งต้นของการตัดสินใจเชิงความรับผิดชอบในระดับบัญชาการ 17 ธันวาคม 2568 คุมจังหวะสถานการณ์ การดำเนินการในพื้นที่ปรับเข้าสู่กรอบการควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบโดยมุ่งยับยั้งการรุกคืบ ควบคุมพื้นที่สำคัญและป้องกันการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายหลักในช่วงนี้คือ ไม่ให้ความสูญเสียเกิดซ้ำและไม่เปิดช่องให้ความรุนแรงขยายตัว 18 ธันวาคม 2568 การทำงานของระบบบัญชาการรบ การปฏิบัติการดำเนินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ทีมบัญชาการรบ กำลังแนวหน้า และฝ่ายสนับสนุน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยยึดหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการลดความเสี่ยงต่อชีวิตกำลังพล "ความนิ่งในวันนี้ไม่ใช่ความชะลอ แต่คือการตัดสินใจที่ไม่ใช้อารมณ์นำ" 19 ธันวาคม 2568 สถานการณ์เริ่มชัดเจนรายงานข่าวสะท้อนว่า การควบคุมพื้นที่มีความคืบหน้า การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ยุทธศาสตร์ถูกจำกัด สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะที่การคุกคามไม่สามารถขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ 20 ธันวาคม 2568 ควบคุมพื้นที่ ปิดวงจรความสูญเสียมีการยืนยันว่าฝ่ายไทยสามารถ ควบคุมพื้นที่เนิน 350 และบริเวณปราสาทตาควายได้ พร้อมการลำเลียงร่างทหารผู้เสียสละลงมาประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ และการตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่ รวมถึงการตรวจยึดอาวุธจากฐานปฏิบัติการ เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงย้อนกลับมาอีก "วันนี้ไม่ใช่วันแห่งการเฉลิมชัย แต่คือวันที่ความสูญเสียถูก “หยุดไว้” ด้วยการตัดสินใจอย่างมีศักดิ์ศรี

สมรภูมิเนิน 350 มีผู้กล้ายืนหยัดฝ่ากระสุนตลอดการรบ 5 วัน หวังนำพี่น้องกลับบ้านอย่างสมเกียรติไม่ได้มีเพียง ผู้เสียสละที่จากเราไปเท่านั้น แต่ยังมี "ผู้กล้า" ที่ยืนหยัดฝ่ากระสุนและกับระเบิด ตลอดการรบ สู้กันยาวนานกว่า 120 ชั่วโมง หลังจาก กองทัพภาคที่ 2 สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา ในครั้งนี้ส่งผลให้ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเป็นกำลังพลจากหน่วย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 พลีชีพ ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่สมรภูมิปราสาทตาควาย และเนิน 350 และได้นำกลับบ้านอย่างสมเกียรติอย่างวีระบุรุษ ขอคำนับ กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่หวั่นไหว พวกคุณคือคุณค่าแห่งเกียรติยศ คือหัวใจ ของคำว่า "ไม่ทิ้งกัน" ขอบคุณ และขอเป็นกำลังใจให้วีรบุรุษทุกนายอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพต่อไป












ฮือฮา ป้อมตำรวจเขาใหญ่โฉมใหม่ โผล่หัวช้างน้อยสุดน่ารัก ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยว กลายเป็นแลนด์มาร์คเช็กอินใหม่ถนนธนะรัชต์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ที่สัญจรผ่านถนนธนะรัชต์–เขาใหญ่ บริเวณแยกบ้านไร่ 2 ต่างพากันชะลอรถและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ หลังพบ “ป้อมตำรวจหัวช้าง” ดีไซน์แปลกตาและน่ารัก ตั้งตระหง่านอยู่ที่ป้อมตำรวจแยกบ้านไร่ 2 ในพื้นที่ เขาใหญ่ สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง ป้อมตำรวจดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ สถานีตำรวจภูธรหมูสี โดยมีการตกแต่งป้อมในรูปแบบ “หัวช้าง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผืนป่าและธรรมชาติของเขาใหญ่ ให้ดูเป็นมิตร อบอุ่น และเข้าถึงง่าย แตกต่างจากภาพจำของป้อมตำรวจแบบเดิม ๆ จนกลายเป็นจุดสนใจบนเส้นทางท่องเที่ยวสายหลัก การปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ ภายใต้การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีหลายภาคส่วน ที่มีแนวคิดยกระดับป้อมตำรวจให้เป็น “จุดบริการประชาชน” ไม่เพียงทำหน้าที่ด้านความปลอดภัย แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สะท้อนความเป็นมิตรของเจ้าหน้าที่ต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชื่นชมว่า ป้อมตำรวจหัวช้างแห่งนี้ ไม่เพียงเพิ่มสีสันให้กับเส้นทางท่องเที่ยวเขาใหญ่ แต่ยังช่วยสร้างความอุ่นใจในการเดินทาง หลายคนถึงกับแวะจอดรถถ่ายรูปเช็กอิน แชร์ลงโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็ก ป้อมตำรวจที่สวยที่สุดในเขาใหญ่ จนกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ใครผ่านมาก็ไม่ควรพลาดแวะชมและเก็บภาพความประทับใจกลับไป.




ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน/ จ.นครราชสีมา

ปีใหม่อีสานเดือด ภ.3 งัดมาตรการลับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย


นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานการประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ได้วางมาตรการดูแลการเดินทางของประชาชนอย่างเข้มข้น ครอบคลุมเส้นทางหลักเชื่อมกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และจังหวัดสระบุรี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ก่อนกระจายสู่ภาคอีสานทั้งตอนบนและตอนล่าง พร้อมตั้งจุดบริการและจุดพักรถเพื่อลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยตลอดเส้นทางนอกจากนี้ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงทีและลดปัญหาการจราจรติดขัด ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่สำหรับการบริหารจัดการจราจรปีใหม่นี้ การเปิดใช้ มอเตอร์เวย์บางปะอิน–นครราชสีมา ตลอดแนว จะช่วยระบายรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดทิศทางขาออกจากกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม–2 มกราคม และขาเข้าระหว่างวันที่ 2–6 มกราคม ด้านความมั่นคงในพื้นที่อีสานตอนล่างซึ่งติดแนวชายแดน มีการตั้งด่านตรวจควบคู่จุดบริการประชาชน ประสานงานหน่วยงานความมั่นคงทุกมิติ รวมถึงการเดินทางทางถนน รถไฟ และอากาศ เพื่อป้องกันการแอบแฝงของบุคคลไม่หวังดี พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการอพยพในพื้นที่แนวชายแดน ครอบคลุม 16–18 สถานีตำรวจใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยย้ำว่าทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังให้การเดินทางช่วงปีใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด.










ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ตำรวจทางหลวง ชาวเขาใหญ่ ผนึกพลัง “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ส่งความห่วงใยช่วยศูนย์อพยพสุรินทร์นครราชสีมา ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ผนึกกำลังเครือข่ายชุมชนเขาใหญ่–ปากช่อง และภาคีภาคประชาชน ร่วมกิจกรรม “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ระดมสิ่งของอุปโภคบริโภคช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อนำไปมอบให้ศูนย์อพยพในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ วัดหมูสี เขาใหญ่ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกับพระอาจารย์กัมปนาท สุเขธิโต เจ้าอาวาสวัดหมูสี ประธานกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ชมรมฮักเขาใหญ่ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมกันบรรจุและขนย้ายสิ่งของจำเป็นสิ่งของที่รวบรวมได้ประกอบด้วยอาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม ยารักษาโรค และของใช้จำเป็นต่าง ๆ บรรทุกใส่รถตำรวจทางหลวง พร้อมทีมแดลี่โฮมเพื่อสังคม เพื่อส่งต่อไปยังศูนย์อพยพประชาชนจังหวัดสุรินทร์ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชาว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สอดคล้องกับนโยบายของผู้บังคับบัญชา ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน พร้อมขอบคุณน้ำใจจากพระอาจารย์กัมปนาท สุเขธิโต และพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันบริจาคสิ่งของอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ การส่งมอบสิ่งของได้ประสานความร่วมมือกับตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับและกระจายสิ่งของไปยังศูนย์อพยพต่าง ๆ อย่างทั่วถึง สะท้อนพลังความสามัคคีและน้ำใจของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยาก.





ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา 

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568

อัญเชิญดวงวิญญาณ 2 วีรบุรุษทหารกล้าเนิน 350 กลับสู่มาตุภูมิบ้านเกิด 

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากวันนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้มีการเคลื่อนร่างของ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และพลทหารภานุพัฒน์  เสาร์สา สองทหารกล้าที่สละชีวิตจากการปกป้องแผ่นดินแดนไทยบริเวณเนิน 350 กลับสู่ภูมิลำเนาในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดศรีสะเกษสำหรับในช่วงสายของวันนี้  ทางด้าน ร.อ.ภิษัช  อุตรศาสตร์ ผบ.ร้อย.ร.232 พร้อมกำลังพลสหายร่วมรบ พร้อมใจร่วมกระทำพิธีอัญเชิญ 2 ดวงวิญญาณวีรบุรุษเนิน 350 ตามความเชื่อของพระพุทธศาสนา หลังเสร็จสิ้นภารกิจตามที่ตั้งหวังไว้ ความเสียสละของกำลังพลผู้เสียชีวิตและผู้ร่วมรบทุกนาย จะจารึกเป็นประวัติศาสตร์การรบของหน่วยสืบไป ทาง ผบ.หน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวรบ ได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 2 รูป มาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของ จ่าสิบเอกสำเริง และ พลทหารภานุพัฒน์ กลับสู่มาตุภูมิ บ้านเกิดของทั้งสอง เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและการอุทิศตนเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยสืบไป









 

เจาะลึก “สส.ปื๊ด” อภิชา เลิศพชรกมล มั่นใจผลงานกว่า 2 ปี ขอเดินหน้ารับใช้โคราช เขต 10 ต่อนครราชสีมา – ใกล้เข้าสู่ช่วงรับสมัครเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ บรรยากาศการเมืองในจังหวัดนครราชสีมาเริ่มคึกคัก โดยเฉพาะฝั่ง “บ้านใหญ่เพื่อไทยโคราช” ที่ประกาศความพร้อม เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 16 เขตแล้ว หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด คือ เขต 10 ซึ่งพรรคเพื่อไทยยังคงส่ง อภิชา เลิศพชรกมล หรือที่ชาวบ้านคุ้นชื่อในนาม “สส.ปื๊ด” ลงสนามอีกสมัย หลังทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนมาแล้วกว่า 2 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “สส.ปื๊ด” ยังคงลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องในเขต 10 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโชคชัย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอครบุรี แม้จะเป็นพื้นที่ที่มีบริบทและปัญหาความเดือดร้อนแตกต่างกัน แต่เจ้าตัวยืนยันว่า ทุกปัญหาล้วนได้รับการรับฟัง และนำเข้าสู่กระบวนการในสภาผู้แทนราษฎรอย่างจริงจัง อภิชา เลิศพชรกมล เปิดเผยว่า ระยะเวลาเพียงกว่า 2 ปีในการทำหน้าที่ สส. อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการผลักดันหลายประเด็นสำคัญให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาด้านการเกษตร และการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับพื้นที่ จึงตัดสินใจขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนเขต 10 อีกครั้ง เพื่อสานต่องานเดิมที่ยังค้างคา และเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายของพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่อง ว่าที่ผู้สมัคร สส.โคราช เขต 10 ย้ำด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้มองว่าเป็นการแข่งขันกับผู้สมัครรายอื่น แต่เป็นการแข่งขันกับตัวเอง เพื่อพิสูจน์ผลงานและความตั้งใจในการทำหน้าที่ “ปากเป็นเสียง” ให้ประชาชนอย่างแท้จริง โดยขอแรงสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ อำเภอโชคชัย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ (ยกเว้น ตำบลช้างทอง และตำบลท่าช้าง) และอำเภอครบุรี (ยกเว้น ตำบลลำเพียก ตำบลโคกกระชาย ตำบลตะแบกบาน ตำบลสระว่านพระยา และตำบลมาบตะโกเอน) “ผมเชื่อว่าการทำงานอย่างใกล้ชิด รับฟังปัญหาจริงในพื้นที่ และผลักดันเข้าสู่สภา คือหัวใจของการเป็น สส. หากพี่น้องประชาชนยังไว้วางใจ ผมพร้อมทำงานต่ออย่างเต็มที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในเขต 10 เป็นไปอย่างตรงจุด ตรงใจ และยั่งยืน” สส.ปื๊ด กล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งต้องจับตาดูว่า เขต 10 โคราช จะยังคงเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยสามารถรักษาฐานเสียงไว้ได้อีกครั้งหรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นยิ่งขึ้นทุกขณะ


 

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568

มุกดาหาร – ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 บูรณาการชุดปฏิบัติร่วมบุกทลายแก๊งค้ายานรกภายในหมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.68 เวลา 19.40 น. ที่บริเวณกระท่อมสวนยางพารา(ไม่มีเลขที่) พื้นที่ บ.โพนสว่าง ม.6 ต.ดงเย็น อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร หลังจากสืบทราบว่าแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่ ลักลอบขายาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นราคาเข้าถึงได้ง่าย  จึงเข้าแจ้งเบาะแสให้กับ ร้อยโท วันชาติ  เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่  2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร  ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win "รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.ยาเสพติด ตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน ปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า โดยเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณกระท่อมสวนยางพารา(ไม่มีเลขที่) พื้นที่ บ.โพนสว่าง ม.6 ต.ดงเย็น    อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.หมายเลขบัตร 6702245 ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ตรวจพบชาย จำนวน 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน เข้ามายังบริเวณกระท่อมสวนยางพารา(ไม่มีเลขที่) ลักษณะท่าทางมีพิรุธ ชุดปฏิบัติการร่วม ฯ ที่เฝ้าตรวจและสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ กระท่อมดังกล่าว จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ เมื่อชายดังกล่าวเห็นว่าเป็น จนท.จึงได้พยายามที่จะเร่งเครื่องหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อ นายธิวาพัฒน์ บุตรพรม อายุ 32 ปี จากนั้น ชุดปฏิบัติร่วมฯ จึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้นภายในร่างกายและยานพาหนะ ผลการตรวจค้น  พบถุงพลาสติกสีน้ำเงินลักษณะกดปิดดึงเปิด จำนวน 3 ถุง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดง จำนวน 625 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 6 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 631 เม็ดซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเสื้อกันหนาวสีน้ำเงินด้านซ้ายของนายธิวาพัฒน์ ฯ ที่สวมใส่อยู่ พร้อมโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ หัวเว่ย สีดำ จำนวน 1 เครื่อง และ3 รถ จยย. ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ รุ่น 110 ไอ หมายเลขทะเบียน 1 กช 849 มุกดาหาร จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21  เพื่อดำเนินการสอบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งค้ายาบ้าเพิ่มเติม และทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะที่จับกุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนตาม มาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


















ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์  แม่ทัพภาคที่ ๒ มีดำริจัดสร้างวัตถุมงคล  รุ่น “ยุทธบดินทร์–ศตวรรษ”  เพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่...